เมื่อวานไปตัดผมมา หลังจากปล่อยใก้ผมยาวรุงรังมาได้หลายเดือน ... ตัดสินใจเอาให้สั้น สบายใจ ... 

โดยปกติแล้วถ้าตัดผมเสร็จหน้าจะเด็กขึ้นมาก ! จริงๆ นะ เพราะว่าผที่สั้นลง นัยตาใสปิ๊งเป็นประกาย แต่เม่อวานเกิดเรื่องเศร้า

 

ตัดเสร็จแล้วหน้ามันไม่กลับมาเด็กเท่าที่ควร!

หน้ามันไม่คืนมาแล้ว ว่างั้นเหอะ ... เวลาได้ทำร้ายเราเหลือเกิน

เศร้าน้อ

 

เปลี่ยนเรื่อง เปลี่ยนเรื่อง ดาร์คกว่าเดิม

เราเคยได้ยินว่าสมัยก่อนร้านตัดผมบางส่วนมักจะซ้อนทับกับร้านขายบริการ

ตอนเด็กๆก็เคยสงสัยว่าทำไมหนอ แต่พอแก่ (หน้า) ก็พอเข้าใจแล้ว เพราะว่าช่างตัดผมจะต้องรุกล้ำเข้ามาใน personal space ของเรา ไม่เท่านั้นช่างตัดผมยังทำการรปรนนิบัติประหนึ่งคนรัก !! (ตัดผม สระผมให้ นวดหน้า ลูบไล้อย่างเบามือ !! กริ๊ด!!) การสร้างอารมณ์ความรู้สึกของความใกล้ชิดก็ต่อเนื่องไปได้ไม่ยาก

 

ลองนึกถึงหนังหลายๆเรื่องที่คู่รักตัดผม สระผมให้กัน !! เปิด เพลงไปด้วย Ohhhh Myyy Loveee Myyy Darlinggg

เมื่อวานไม่ได้กินกาแฟ วันนี้ปวดหัวมาก (ครั่นเนื้อตัวมาตั้งแต่เทื่อวานเย็นๆ)

กาแฟมันติดได้ขนาดนี้จริงๆเหรอ หรือว่าเป็นไข้ฟระ อะจะวะละเฮ้ย !

จะไปทำงานไหวมั้ยละนี่

edit @ 3 Nov 2008 15:51:24 by mangino

ห่างไกลศิลปะ ?

posted on 30 Oct 2008 19:28 by mangino  in books

วันนี้เหนื่อยๆ ตอนแรกว่าจะนอน แต่ก็เปลี่ยนใจไปเดินห้าง ตอนแรกว่าตั้งใจไปซื้อของเล่นอะไรก็ได้ให้สบายๆ

แต่แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ เข้าไปในบีทูเอส ทำให้ได้รู้ว่า เพลงออกใหม่เยอะมากๆ the verve อัลบี่มที่สี่, snow patrow, keane, travis รวมฮิตของ Radio Head ระหว่างเดินใส่ไอพอดฟังเพลงของพจนาถก็เฉยๆ ยังไม่ติสแตกมาก พอเห็นเรดิโอเฮดเลยลองเปลี่ยนเป็น ok computer อารมณ์เปลี่ยนไปทันที 

 

เดินเล่นไปเรื่อยๆ ไปเจอ ซีดีวง Goose เลยหยิบมาหนึ่งแผ่น (ที่เหลือของฝรั่งคิดว่าจะลองไปหามาฟังก่อน หุหุ) วงนี่เคยเห็นในทีวี เพลงเปรี้ยวมาก แต่ว่าหาซื้อซีดีที่เชียงใหม่ไม่ได้ ช่วงที่ดูมิวสิคไปก็คิดว่าโอ้วนี่มันวงไทยหรือนี่ ตอนนี้ซื้อมาแล้ว กำลังเปิดฟังอยู่

 

นยยำพ

พอเดินไปในบิทูเอสเรื่อยๆ ก็ไปหยุดอยู่ที่หนังสือของ Hopper (ป่าววหว่า) น่าจะใช่ Edward Hopper (เปิดกูเกิ้ล เรียบร้อย) เป็นหนังสือรวมภาพ และก็เขียนบรรยายของเค้า น่าสนใจมาก เราเคยแสกนงานของเค้าให้ท่านอาจารย์ตอนเป็นทีเอ จำได้เลาๆว่าพูดถึงความเศร้าสร้อยเปลี่ยวเหงาของสังคมโมเดิร์นยุคต้นๆ ของฝรั่ง เราเปิดดูอยู่สักพัก ราคา 499 คิดว่าพอรับได้ (พอดีเงินเดือนออกแล้ว เย้!)

 

แต่ก็คิดว่าเออ เราก็เรียนอยู่ในฟิลที่ใกล้เคียงกับศิลปะมาพอสมควร ทำไมเราไม่รู้เรื่องศิลปะเลยนะ เรารู้ว่าสีไหนผสมกันแล้วมันสวย เรารู้ว่ากระบวนการในการคิดงานอะไรสักชิ้นหนึ่งมันน่าจะทำออกมาได้ยังไง แต่เราไม่เคยรู้เรื่อง ศิลปะเลย ไม่รู้จักภาพเขียนใดๆ รู้จักแต่แนวต่างๆอย่างเลาๆ

 

เราก็เลยคิดว่า ถ้าอย่างนั้น เราน่าจะมาเรียนรู้ศิลปะดีกว่า ! ดูน่าจะมีความสุขดีนะ

เรียนรู้เรื่องศิลปะ ! ทันใดก็คิดว่าต้องไปหาหนังสือภาษาไทยสักเล่มที่แนะนำเรากับเรื่องนี้ได้ ว่าศิลปะมันแบ่งเป็นยังไงบ้าง ประเภทใหญ่ๆ จะได้ทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อน

 

เราเดินไปมาในบีทูเอส เราพบว่าไม่มี Section ที่เรียกว่าศิลปะในบีทูเอส โอ้ว โอ้ว   ลองเดินไปที่นายอิน (แวะขี้เล็กน้อย ข้าศึกจู่โจม) ไม่มีอีกแล้ว! ไม่มีศิลปะ (แต่เราได้หนังสือเล่มใหม่ของคุณอนุสรณ์ ติปยานนท์มา และ หนังสือที่ชื่อว่า พระเจ้าและผีห่าซาตาน ของ คุณนพพร สุวรรณพานิช อุอิ)

 

เรื่องนี้ทำเราอึ้งไปพอสมควร แต่อีกใจหนึ่งเราก็เดินไปมาในห้าง มองร้านรวง ของขาย แล้วก็ถาม แบบนี้ศิลปะมั้ย ? แล้วแบบนี้ละศิลปะมั้ย ? โดเรม่อนนี่ศิลปะมั้ย ? หรือจริงๆศิลปะมันมีอยู่ในทุกที่อยู่แล้ว ถ้าไม่แยกไฮ-โลว์อาร์ต

 

คิดว่าเสาร์อาทิตย์นี้จะไปหาหนังสือ ศิลปะอ่านสักหน่อย เข้าหอศิลป์สักนิด ชีวิตคงสดชื่น ขึ้น ;])